วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553

SRAN Security Center ในศูนย์เตือนภัย SOC

พืนฐานของการทำงาน SRAN มีดังนี้


1. ระบบเฝ้าระวังภัยคุกคามและสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่ายภายในและภายนอก แล้วทำการรายงานผล (Intrusion Detecton / Prevention System)

2. ระบบประเมินความเสี่ยงเพื่อตรวจหาจุดเสี่ยง และรายงานผลแนวทางการแก้ไข (Vulueratity Assessment)

3. ระบบตรวงสอบผลเหตุการณ์ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในเครือข่ายคอมพิมเตอร์ (Network Security Compliance)

SRAN เป็นระบบที่สมบูรณ์เหมาะสมกับการสร้าง SOC แบบพอเพียงขึ้นมา ใช้ประโยชน์ในการทำ SOC

1. ประหยัดงบประมาณในการลงทุนเทคโนโลยีอ

2. การประมวลผลสามารถแสดงผ่าน Web Application จะประหยัดแบบแบนวิดได้มากกว่า

3. ภัยคุกคามจากการเเฝ้ระวังผ่าน Web Monitoring มีน้อยกว่าที่ต้องให้ไฟล์วอร์เปิด Port Syslog หรือ Database

4. สะดวกในการบริการทั้งในแง่การติดตัว และการออกแบบ

5. เป็นเทคโนโลยีที่มามารถควบคุมเองได้ สร้างเป็นต้นแบบ สำหรับใช้งานด้านความมั่นคงของชาติ




เอกสารอ้างอิง


ไมโครคอมพิวเตอร์.ซาอิด:2550,101 หน้า

วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

แนวโน้มการโฆษณาผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์พกพา

รูปแบบการโฆษณา สามารถแบ่งออกได้เป็น 5รูปแบบ ดังนี้


1. รูปแบบการโฆษณาด้วยระบบการเคลื่อนไหวพร้อมเสียง (Video Advertising)

การโฆษณารูปแบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะแสดงให้เห็นก่อนที่จะได้รับชมวีดีโอต่างๆ หรือแสดงความเห็นระหว่างชมวีดีโอ ซึ่งผู้ใช้งานอาจจะถูกบังคับดูโฆษณาจนจบ

2. รูปแบบการโฆษณาผ่าน WAP (Wireless Application Protocol Advertising หรือ WAP Advertising)

WAP เป็นโปรโตคอลมาตราฐานบนการทำงานแบบเครือข่ายไร้สายมีความคล้ายคลึงกับมาตราฐาน HTTP

3. รูปแบบโฆษณาด้วยระบบข้อความ (SMS and MMS Advertising)

การโฆษณารูปแบบนี้เป็นการโฆษณาผ่านระบบข้อความอักษรบนโทรศัพท์มือถือ (Shot Message Service: SMS)

4. รูปแบบโฆษณาบนโปรแกรมที่สามารถ Download ได้ (Download Application)

การ Download โปรแกรมกำลังเป็นที่นิยมในการ Download ซึ่งส่งผลให้ระบบโฆษณาผ่านโปรแกรมเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

5. รูปแบบโฆษณาขายตรงผ่านระบบเสียง (Voice)




เอกสารอ้างอิง

ชุติเดช บุญโถสุมภ์.เทเลคอมไดเจท.2552:หน้า 154

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

VoIP(Voice Internet Protocal) การสื่อสารโดยใช้เสียงผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

VoIP หมายถึง เทคโนโลยีที่รวมการสื่อสารเสียง และสัญญาณข้อมูลเอาไว้ด้วยกัน เพื่อส่งสัญญาณทั้งสองไปบนระบบเครือข่ายด้วย IP (Internet Protocal) หรือหมายถึง การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สื่อสารพูดคุยกัน โดยผ่านทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ประเภทของ VoIP

รูปแบบที่ 1 จากคอมพิวเตอร์ไปสู่คอมพิวเตอร์ (Pc-to-Pc)วิธีนี้ต้องอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งต้นทางและปลายทาง พร้อมทั้งติดตั้งโปรแกรมตัวเดียวกัน
รูปแบบที่ 2 จากคอมพิวเตอร์ไปสู่โทรศัพท์ (Pc-to-Pnone) เป็นรูปแบบที่ใช้ได้กับผู้ใช้ต้นทางที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมโทรศัพท์ โดยผู้รับปลายทางนั้นใช้เครื่องโทรศัพท์ธรรมดา
รูปแบบที่ 3 จากโทรศัพท์ไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ (Phone-to-Pc) เป็นวิธีที่ทั้งต้นทางและปลายทางจะต้องอาศัยบริการ จากผู้ที่ให้บริการ (Internet Provider) ซึ่งค่าบริการอาจสูงกว่าวิธีอื่นๆ

(SMC Network.2551:70)


เอกสารอ้างอิง
Micro computer.กรุงเทพมหานคร;ซี-เอ็ด,2551

วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

IMS(IP Multimedia Subsystem) จุดศูนย์รวมมัลติมิเดียแห่งเครือข่าย

สถาปัตยกรรมของ IMS
สถาปัตยกรรมของ IMS เราจะสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ

สำหรับระบบ IMS เราสามารถที่จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ก็คือ ส่วนที่เป็น Access Network ซึ่งได้แก่ เครือข่ายที่ยูสเซอร์ใช้งานอยู่ เช่น เครือข่ายที่มีสายโทรศัพท์บ้าน ที่มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่าน ADSC เครือข่านไร้สายต่างๆ เช่น เครือข่ายไวไฟ และเครือข่ายเคลื่อนที่ในปัจจุบัน อย่างระบบ GSM และระบบ CDMA
ส่วนอีกกลุ่มที่เป็นสถาปัตยกรรมใน IMS ก็คือส่วน Core ของ IMS ซึ่งเป็นส่วนหลักของ IMS และทำหน้าที่ร่วมกันเป็นเครือข่ายหลักในการให้บริการ IP Multimedia ต่างๆ แต่เครือข่ายที่ยูสเซอร์ใช้งานส่วนนี้เราสามารถแบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ ดังนี้
1. CSCF (Call / Session Control Function)
2. User Database
3. MRF (Media Resource Function)
4. BGCF (Breakout Gateway Control Function)
5. ชุด Media Gateway
6. ส่วน Application Server

หน้าที่ของส่วนย่อยต่างๆ
1. CSCF (Call / Session Control Function)
เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุม Session การติดต่อสื่อสารใน IMS โดยจะใช้โปรโตคอล SIP เป็นหลัก
2. User Database
ประกอบด้วย HSS (Home Subseriber Server) และ SLF (Subseriber Location Function) โดย Hss โดยจะเก็บโปรไฟล์ของยูสเซอร์
3. MRF (Media Resource Function)
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในเครือข่ายเท่านั้น
4. BGCF (Breakout Gateway Control Function)
เป็นส่วนเชื่อมโยงยุคเก่าที่เป็นโทรศัพท์พื้นฐาน หรือโครงข่ายที่ไม่มี IMS
5. Media Gateway
ทำหน้าที่เป็น Gateway ในการติดต่อ
6. Application Server เป็นส่วนแยกจากส่วน Access โดยมี IMS เป็นตัวแยก

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Dawn of the net

เมื่อเราร้องขอไปยังเว็บเซิฟเวอร์แล้วแบ่งข้อมูลออกเป็นแพกเกจเล็กๆแล้วก็ระบุแอดเดรสไปยังปลายทางผ่านเน็ตเวิร์ก ผ่านเร้าเตอร์และผ่านเร้าเตอร์สวิชต์ แล้วจะมีการตรวจสอบที่ พรอกซี่ เพื่อตรวจ URL ที่ไม่เหมาะสม แล้วแพกเกจจะผ่านออกไปทาง ไฟวอร์ ออกไปยังเครือข่ายอินเตอร์เน็ต แล้วไปยังเซิฟเวอร์ที่ร้องขอแล้วผ่านเข้าไปยังไฟวอร์ของเว็บเซิฟเวอร์ เมื่อเซิฟเวอร์ได้รับแพกเกจก็จะส่งแพกเกจที่ร้องขอกลับไปยังผู้ร้องขอ

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ความหมายของ ping ipconfig tracert

•tracert เป็น utility ที่ช่วยให้ค้นหาเส้นทางเดินจาก PC ของคุณไปยัง Address ที่ต้องการ
ซึ่งจะช่วยบอกปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการเข้าถึง host ที่ต้องการ เช่น กรณีเมื่อก่อนเคยเข้า
host นี้ได้เร็ว แต่ปัจจุบัน ช้า ก็จะใช้คำสั่งนี้เพื่อดูเส้นทางการเดิน ว่า เส้นทางเดินมีอะไรผิดปกติไหม
หรือว่าเดินหลงทาง
•ping เป็น tool ที่ใช้ในการทดสอบการเชื่อมต่อ ใช้ใน 2 กรณี คือ
(1) ใช้ตรวจสอบว่าเครื่องที่ใช้พร้อมที่จะเชื่อมต่อหรือไม่ คือ ping 127.0.0.1 (= ping localhost)
และ ping [localhost name/localhost ip]
(2) เครื่องที่ใช้สามารถเชื่อมต่อถึงปลายทางได้หรือไม่
โดยคำสั่งนี้จะส่ง packet ออกไปและแสดงเวลาในการตอบรับแต่ละครั้งของจุดปลายทาง
ซึ่งถ้าเวลาที่ใช้ในการโต้ตอบน้อยหมายถึงดี (รวดเร็ว)
•ipconfig (dos) / winipcfg (windows) เป็น utility ที่ใช้ตรวจสอบ
IP Configuration เช่น หมายเลข IP Address , หมายเลข Subnet Mask, Default Gateway
ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการแก้ไขปัญหาด้าน network
•arp เป็น utility ที่มีความสามารถในการแก้ไขและแสดง arp cache table
(ARP protocal ใช้ในการ resolve (layer 3) IP address
ให้อยู่ในรูปแบบ (layer2) Ethernet MAC address)
(siamfocus.com.http://www.siamfocus.com/content.php?slide=14&content=37.2553)

ความหมาย topology

โทโปโลยีคือลักษณะทางกายภาพ (ภายนอก) ของระบบเครือข่าย ซึ่งหมายถึง ลักษณะของการเชื่อมโยงสายสื่อสารเข้ากับอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องคอมพิวเตอร์ ภายในเครือข่ายด้วยกันนั่นเอง โทโปโลยีของเครือข่าย LAN แต่ละแบบมีความเหมาะสมในการใช้งาน แตกต่างกันออกไป การนำไปใช้จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องทำการศึกษาลักษณะและคุณสมบัติ ข้อดีและข้อเสียของโทโปโลยีแต่ละแบบ เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบพิจารณาเครือข่าย ให้เหมาะสมกับการใช้งาน รูปแบบของโทโปโลยี ของเครือข่ายหลัก ๆ (โรงเรียนระยองวิทยาคม.http://www.rayongwit.ac.th/comcen09/network/topology.htm.2553)